บันทึกข้อมูลการเทรดและวิเคราะห์ผลด้วยประวัติการซื้อขายบน MT5

MT5
มิถุนายน 6, 2025

หากท่านกำลังเข้าสู่วงการเทรดหุ้นหรือเทรดอื่นๆ นั้น เชื่อว่าทุกๆ ท่านต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการวิเคราะห์กราฟเทรดกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับ MT5 ที่มีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์มากมายให้ได้ใช้งานกันครับ แต่จะดีกว่ามั้ยหากเราสามารถเรียนรู้หรือบันทุกข้อมูลการเทรดเพื่อใช้ในการวิเคราะห์เพิ่มเติม บทความนี้จะอยากจะพาทุกๆ ท่านไปเรียนรู้เกี่ยวกับ “บันทึกข้อมูลการเทรดและวิเคราะห์ผลด้วยประวัติการซื้อขายบน MT5” กันครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น…เราไปศึกษาพร้อมๆ กันเลยครับ

เราจะสามารถบันทึกข้อมูลการเทรดและวิเคราะห์ผลด้วยประวัติการซื้อขายบน MT5 ได้อย่างไร?

การบันทึกข้อมูลการเทรดและวิเคราะห์ผลจากประวัติการซื้อขายบน MT5 เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะการเทรดของคุณครับ เพราะช่วยให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทั้งจากออร์เดอร์ที่ได้กำไรและขาดทุน และปรับปรุงกลยุทธ์ในอนาคต ซึ่ง MT5 มีฟังก์ชัน “History” (ประวัติ) ในหน้าต่าง Terminal ที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายๆ

1. การเข้าถึงประวัติการซื้อขาย (History Tab)

  1. เปิดหน้าต่าง Terminal: หน้าต่าง Terminal มักจะอยู่ด้านล่างของแพลตฟอร์ม หากไม่เห็น ให้ไปที่เมนู “View” (มุมมอง) > “Terminal” หรือกดคีย์ลัด Ctrl+T
  2. เลือกแท็บ “History” (ประวัติ): ในหน้าต่าง Terminal จะมีหลายแท็บ ให้คลิกที่แท็บ “History”

ในแท็บ “History” คุณจะเห็นรายการธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในบัญชีของคุณ ซึ่งรวมถึง:

  • ออร์เดอร์ที่ปิดไปแล้ว (ไม่ว่าจะเป็นกำไรหรือขาดทุน)
  • การฝากเงิน (Deposit)
  • การถอนเงิน (Withdrawal)
  • การปรับปรุงยอดคงเหลือ (Balance Correction)

2. ข้อมูลที่แสดงในแท็บ “History” ในแต่ละแถวของประวัติการซื้อขาย คุณจะเห็นข้อมูลสำคัญต่างๆ ดังนี้:

  • Order: หมายเลข ID ของคำสั่งซื้อขาย
  • Time: วันที่และเวลาที่ออร์เดอร์ถูกปิด (Time Close)
  • Type: ประเภทของคำสั่ง (Buy, Sell)
  • Size (Volume): จำนวน Lots ที่ซื้อขาย
  • Symbol: สินทรัพย์ที่ซื้อขาย (เช่น EURUSD, Gold)
  • Price: ราคาที่ออร์เดอร์ถูกเปิด (Open Price)
  • S/L: ราคา Stop Loss ที่ตั้งไว้ (ถ้ามี)
  • T/P: ราคา Take Profit ที่ตั้งไว้ (ถ้ามี)
  • Time: วันที่และเวลาที่ออร์เดอร์ถูกปิด (Close Time)
  • Price: ราคาที่ออร์เดอร์ถูกปิด (Close Price)
  • Commission: ค่าคอมมิชชั่น (ถ้ามี)
  • Swap: ค่า Swap/Rollover ที่เกิดขึ้น
  • Profit: กำไรหรือขาดทุนของออร์เดอร์นั้นๆ (แสดงเป็นสกุลเงินของบัญชี)
  • Comment: ข้อความที่คุณใส่ไว้ตอนเปิดออร์เดอร์ (ถ้ามี)

3. การเลือกช่วงเวลาและจัดเรียงข้อมูล เพื่อให้การวิเคราะห์มีประสิทธิภาพ คุณสามารถกำหนดช่วงเวลาและวิธีการจัดเรียงข้อมูลได้:

  1. เลือกช่วงเวลา:
    • คลิกขวาที่พื้นที่ว่างในแท็บ “History”
    • คุณจะเห็นตัวเลือกช่วงเวลา:
      • All History: แสดงประวัติทั้งหมดตั้งแต่เปิดบัญชี
      • Last 3 Months: 3 เดือนล่าสุด
      • Last Month: เดือนล่าสุด
      • Custom Period: เลือกช่วงวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่คุณต้องการเอง (มีประโยชน์มากสำหรับการวิเคราะห์ย้อนหลังเฉพาะช่วง)
    • เลือกช่วงเวลาที่ต้องการ
  2. จัดเรียงข้อมูล (Sort):
    • คุณสามารถคลิกที่หัวคอลัมน์ใดๆ (เช่น Order, Time, Profit) เพื่อจัดเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก หรือมากไปน้อย
    • คลิกขวาที่หัวคอลัมน์: คุณสามารถเลือก “Columns” เพื่อซ่อน/แสดงคอลัมน์ที่คุณต้องการ หรือ “Auto Arrange” เพื่อปรับความกว้างของคอลัมน์อัตโนมัติ

4. การวิเคราะห์ผลลัพธ์การเทรด เมื่อคุณได้ข้อมูลประวัติการซื้อขายแล้ว ก็ถึงเวลาวิเคราะห์เพื่อเรียนรู้:

  1. ภาพรวมสรุป (Summary):
    • เมื่อเลือกช่วงเวลาแล้ว ที่ด้านล่างของแท็บ “History” จะมีสรุปผลรวม เช่น:
      • Deposits/Withdrawals: ยอดรวมการฝาก/ถอน
      • Closed Profit/Loss: กำไร/ขาดทุนรวมของออร์เดอร์ที่ปิดไปแล้ว
      • Balance: ยอดเงินคงเหลือ
    • ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของผลงานในแต่ละช่วงเวลา
  2. วิเคราะห์ออร์เดอร์รายตัว:
    • Profit (กำไร/ขาดทุน): ดูว่าแต่ละออร์เดอร์ทำกำไรหรือขาดทุนเท่าไร
    • Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP): ตรวจสอบว่าออร์เดอร์ถูกปิดด้วย SL หรือ TP หรือถูกปิดด้วยมือ
      • หากโดน SL บ่อยๆ: อาจหมายถึงการวาง SL ที่แคบเกินไป, จุดเข้าที่ไม่ดี, หรือแนวโน้มผิดพลาด
      • หากชน TP บ่อยๆ: เป็นสัญญาณที่ดี แต่อาจต้องพิจารณาว่าสามารถทำกำไรได้มากกว่านี้หรือไม่ (หาก TP สั้นเกินไป)
    • Symbol (สินทรัพย์): สินทรัพย์ใดที่คุณเทรดได้ดีหรือไม่ดี
    • Time (เวลา): มีช่วงเวลาใดที่คุณเทรดได้ดีเป็นพิเศษ (เช่น ช่วงตลาดเปิด-ปิด, ช่วงข่าว)
    • Comment (ความคิดเห็น): หากคุณบันทึก comment ไว้ จะช่วยให้จำเหตุผลในการเข้าออกออร์เดอร์นั้นๆ ได้
  3. สร้างรายงาน (Report): MT5 สามารถสร้างรายงานในรูปแบบ HTML หรือ XML ซึ่งมีรายละเอียดและสถิติการเทรดที่ครบถ้วนกว่าการดูในแท็บ “History” โดยตรง
    • คลิกขวาที่พื้นที่ว่างในแท็บ “History”
    • เลือก “Reports” > “Open Reports” หรือ “Save As Report”
    • ระบบจะสร้างไฟล์รายงานในรูปแบบ HTML ซึ่งเปิดได้ด้วยเว็บเบราว์เซอร์
    • ในรายงาน HTML คุณจะพบข้อมูลเชิงลึก:
      • Gross Profit/Loss: กำไร/ขาดทุนรวมก่อนหักค่าใช้จ่าย
      • Net Profit/Loss: กำไร/ขาดทุนสุทธิ
      • Profit Factor: อัตราส่วนกำไรรวมต่อขาดทุนรวม (ยิ่งสูงยิ่งดี > 1.0)
      • Maximum Drawdown: การขาดทุนสูงสุดจากยอดสูงสุดของบัญชี (เปอร์เซ็นต์หรือจำนวนเงิน)
      • Total Trades: จำนวนออร์เดอร์ทั้งหมด
      • Short Positions (won %): เปอร์เซ็นต์ชนะของออร์เดอร์ Sell
      • Long Positions (won %): เปอร์เซ็นต์ชนะของออร์เดอร์ Buy
      • Largest Profit Trade / Largest Loss Trade: ออร์เดอร์ที่กำไรมากที่สุด/ขาดทุนมากที่สุด
      • Average Profit Trade / Average Loss Trade: กำไร/ขาดทุนเฉลี่ยต่อออร์เดอร์
      • Consecutive wins / losses: จำนวนออร์เดอร์ที่ชนะ/แพ้ติดต่อกัน

5. การใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์

  • ระบุจุดแข็งและจุดอ่อน: อะไรคือสิ่งที่ทำได้ดี? อะไรที่ควรปรับปรุง?
  • วิเคราะห์กลยุทธ์: กลยุทธ์ที่ใช้เหมาะสมกับสินทรัพย์และสภาวะตลาดหรือไม่?
  • บริหารความเสี่ยง: ขนาดล็อตเหมาะสมหรือไม่? การตั้ง SL/TP มีประสิทธิภาพหรือไม่?
  • ด้านจิตวิทยา: มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจมากน้อยเพียงใด? (เช่น FOMO, Revenge Trading)
  • Journaling (การบันทึกการเทรด): นอกจากข้อมูลใน MT5 แล้ว การบันทึกรายละเอียดด้วยตัวเอง (เช่น เหตุผลในการเข้า-ออก, อารมณ์, ภาพกราฟ) ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ประวัติใน MT5 จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรบ้างครับ การเข้าถึงประวัติการเทรดบน MT5 ไม่ได้ทำยากอย่างที่หลายๆ ท่านกังวลใช่มั้ยหล่ะครับ เราหวังว่าจะช่วยให้ทุกๆ ท่านดึงข้อมูลกราฟหรือประวัติการเทรดบน MT5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ