หากท่านกำลังเข้าสู่วงการเทรดหุ้นหรือเทรดอื่นๆ นั้น เชื่อว่าทุกๆ ท่านต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการวิเคราะห์กราฟเทรดกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับ MT5 ที่มีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์มากมายให้ได้ใช้งานกันครับ แต่จะดีกว่ามั้ยหากเราสามารถเรียนรู้หรือบันทุกข้อมูลการเทรดเพื่อใช้ในการวิเคราะห์เพิ่มเติม บทความนี้จะอยากจะพาทุกๆ ท่านไปเรียนรู้เกี่ยวกับ “บันทึกข้อมูลการเทรดและวิเคราะห์ผลด้วยประวัติการซื้อขายบน MT5” กันครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น…เราไปศึกษาพร้อมๆ กันเลยครับ
เราจะสามารถบันทึกข้อมูลการเทรดและวิเคราะห์ผลด้วยประวัติการซื้อขายบน MT5 ได้อย่างไร?
การบันทึกข้อมูลการเทรดและวิเคราะห์ผลจากประวัติการซื้อขายบน MT5 เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะการเทรดของคุณครับ เพราะช่วยให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทั้งจากออร์เดอร์ที่ได้กำไรและขาดทุน และปรับปรุงกลยุทธ์ในอนาคต ซึ่ง MT5 มีฟังก์ชัน “History” (ประวัติ) ในหน้าต่าง Terminal ที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายๆ
1. การเข้าถึงประวัติการซื้อขาย (History Tab)
- เปิดหน้าต่าง Terminal: หน้าต่าง Terminal มักจะอยู่ด้านล่างของแพลตฟอร์ม หากไม่เห็น ให้ไปที่เมนู “View” (มุมมอง) > “Terminal” หรือกดคีย์ลัด Ctrl+T
- เลือกแท็บ “History” (ประวัติ): ในหน้าต่าง Terminal จะมีหลายแท็บ ให้คลิกที่แท็บ “History”
ในแท็บ “History” คุณจะเห็นรายการธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในบัญชีของคุณ ซึ่งรวมถึง:
- ออร์เดอร์ที่ปิดไปแล้ว (ไม่ว่าจะเป็นกำไรหรือขาดทุน)
- การฝากเงิน (Deposit)
- การถอนเงิน (Withdrawal)
- การปรับปรุงยอดคงเหลือ (Balance Correction)
2. ข้อมูลที่แสดงในแท็บ “History” ในแต่ละแถวของประวัติการซื้อขาย คุณจะเห็นข้อมูลสำคัญต่างๆ ดังนี้:
- Order: หมายเลข ID ของคำสั่งซื้อขาย
- Time: วันที่และเวลาที่ออร์เดอร์ถูกปิด (Time Close)
- Type: ประเภทของคำสั่ง (Buy, Sell)
- Size (Volume): จำนวน Lots ที่ซื้อขาย
- Symbol: สินทรัพย์ที่ซื้อขาย (เช่น EURUSD, Gold)
- Price: ราคาที่ออร์เดอร์ถูกเปิด (Open Price)
- S/L: ราคา Stop Loss ที่ตั้งไว้ (ถ้ามี)
- T/P: ราคา Take Profit ที่ตั้งไว้ (ถ้ามี)
- Time: วันที่และเวลาที่ออร์เดอร์ถูกปิด (Close Time)
- Price: ราคาที่ออร์เดอร์ถูกปิด (Close Price)
- Commission: ค่าคอมมิชชั่น (ถ้ามี)
- Swap: ค่า Swap/Rollover ที่เกิดขึ้น
- Profit: กำไรหรือขาดทุนของออร์เดอร์นั้นๆ (แสดงเป็นสกุลเงินของบัญชี)
- Comment: ข้อความที่คุณใส่ไว้ตอนเปิดออร์เดอร์ (ถ้ามี)
3. การเลือกช่วงเวลาและจัดเรียงข้อมูล เพื่อให้การวิเคราะห์มีประสิทธิภาพ คุณสามารถกำหนดช่วงเวลาและวิธีการจัดเรียงข้อมูลได้:
- เลือกช่วงเวลา:
- คลิกขวาที่พื้นที่ว่างในแท็บ “History”
- คุณจะเห็นตัวเลือกช่วงเวลา:
- All History: แสดงประวัติทั้งหมดตั้งแต่เปิดบัญชี
- Last 3 Months: 3 เดือนล่าสุด
- Last Month: เดือนล่าสุด
- Custom Period: เลือกช่วงวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่คุณต้องการเอง (มีประโยชน์มากสำหรับการวิเคราะห์ย้อนหลังเฉพาะช่วง)
- เลือกช่วงเวลาที่ต้องการ
- จัดเรียงข้อมูล (Sort):
- คุณสามารถคลิกที่หัวคอลัมน์ใดๆ (เช่น Order, Time, Profit) เพื่อจัดเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก หรือมากไปน้อย
- คลิกขวาที่หัวคอลัมน์: คุณสามารถเลือก “Columns” เพื่อซ่อน/แสดงคอลัมน์ที่คุณต้องการ หรือ “Auto Arrange” เพื่อปรับความกว้างของคอลัมน์อัตโนมัติ
4. การวิเคราะห์ผลลัพธ์การเทรด เมื่อคุณได้ข้อมูลประวัติการซื้อขายแล้ว ก็ถึงเวลาวิเคราะห์เพื่อเรียนรู้:
- ภาพรวมสรุป (Summary):
- เมื่อเลือกช่วงเวลาแล้ว ที่ด้านล่างของแท็บ “History” จะมีสรุปผลรวม เช่น:
- Deposits/Withdrawals: ยอดรวมการฝาก/ถอน
- Closed Profit/Loss: กำไร/ขาดทุนรวมของออร์เดอร์ที่ปิดไปแล้ว
- Balance: ยอดเงินคงเหลือ
- ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของผลงานในแต่ละช่วงเวลา
- เมื่อเลือกช่วงเวลาแล้ว ที่ด้านล่างของแท็บ “History” จะมีสรุปผลรวม เช่น:
- วิเคราะห์ออร์เดอร์รายตัว:
- Profit (กำไร/ขาดทุน): ดูว่าแต่ละออร์เดอร์ทำกำไรหรือขาดทุนเท่าไร
- Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP): ตรวจสอบว่าออร์เดอร์ถูกปิดด้วย SL หรือ TP หรือถูกปิดด้วยมือ
- หากโดน SL บ่อยๆ: อาจหมายถึงการวาง SL ที่แคบเกินไป, จุดเข้าที่ไม่ดี, หรือแนวโน้มผิดพลาด
- หากชน TP บ่อยๆ: เป็นสัญญาณที่ดี แต่อาจต้องพิจารณาว่าสามารถทำกำไรได้มากกว่านี้หรือไม่ (หาก TP สั้นเกินไป)
- Symbol (สินทรัพย์): สินทรัพย์ใดที่คุณเทรดได้ดีหรือไม่ดี
- Time (เวลา): มีช่วงเวลาใดที่คุณเทรดได้ดีเป็นพิเศษ (เช่น ช่วงตลาดเปิด-ปิด, ช่วงข่าว)
- Comment (ความคิดเห็น): หากคุณบันทึก comment ไว้ จะช่วยให้จำเหตุผลในการเข้าออกออร์เดอร์นั้นๆ ได้
- สร้างรายงาน (Report): MT5 สามารถสร้างรายงานในรูปแบบ HTML หรือ XML ซึ่งมีรายละเอียดและสถิติการเทรดที่ครบถ้วนกว่าการดูในแท็บ “History” โดยตรง
- คลิกขวาที่พื้นที่ว่างในแท็บ “History”
- เลือก “Reports” > “Open Reports” หรือ “Save As Report”
- ระบบจะสร้างไฟล์รายงานในรูปแบบ HTML ซึ่งเปิดได้ด้วยเว็บเบราว์เซอร์
- ในรายงาน HTML คุณจะพบข้อมูลเชิงลึก:
- Gross Profit/Loss: กำไร/ขาดทุนรวมก่อนหักค่าใช้จ่าย
- Net Profit/Loss: กำไร/ขาดทุนสุทธิ
- Profit Factor: อัตราส่วนกำไรรวมต่อขาดทุนรวม (ยิ่งสูงยิ่งดี > 1.0)
- Maximum Drawdown: การขาดทุนสูงสุดจากยอดสูงสุดของบัญชี (เปอร์เซ็นต์หรือจำนวนเงิน)
- Total Trades: จำนวนออร์เดอร์ทั้งหมด
- Short Positions (won %): เปอร์เซ็นต์ชนะของออร์เดอร์ Sell
- Long Positions (won %): เปอร์เซ็นต์ชนะของออร์เดอร์ Buy
- Largest Profit Trade / Largest Loss Trade: ออร์เดอร์ที่กำไรมากที่สุด/ขาดทุนมากที่สุด
- Average Profit Trade / Average Loss Trade: กำไร/ขาดทุนเฉลี่ยต่อออร์เดอร์
- Consecutive wins / losses: จำนวนออร์เดอร์ที่ชนะ/แพ้ติดต่อกัน
5. การใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์
- ระบุจุดแข็งและจุดอ่อน: อะไรคือสิ่งที่ทำได้ดี? อะไรที่ควรปรับปรุง?
- วิเคราะห์กลยุทธ์: กลยุทธ์ที่ใช้เหมาะสมกับสินทรัพย์และสภาวะตลาดหรือไม่?
- บริหารความเสี่ยง: ขนาดล็อตเหมาะสมหรือไม่? การตั้ง SL/TP มีประสิทธิภาพหรือไม่?
- ด้านจิตวิทยา: มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจมากน้อยเพียงใด? (เช่น FOMO, Revenge Trading)
- Journaling (การบันทึกการเทรด): นอกจากข้อมูลใน MT5 แล้ว การบันทึกรายละเอียดด้วยตัวเอง (เช่น เหตุผลในการเข้า-ออก, อารมณ์, ภาพกราฟ) ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ประวัติใน MT5 จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น
เป็นอย่างไรบ้างครับ การเข้าถึงประวัติการเทรดบน MT5 ไม่ได้ทำยากอย่างที่หลายๆ ท่านกังวลใช่มั้ยหล่ะครับ เราหวังว่าจะช่วยให้ทุกๆ ท่านดึงข้อมูลกราฟหรือประวัติการเทรดบน MT5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ
